ช่วงนี้กำลังลองปรับแนวทางใหม่ เลยอยากมาแชร์ว่าต่างจากเดิมยังไง
ที่ผ่านมาเคยมีช่วงที่ผมรู้สึกว่าเหมือนทำเท่าไรก็ไม่พอ ยิ่งพยายามยิ่งล้า ยิ่งล้ายิ่งเริ่มมั่ว พอมานั่งมองจริง ๆ เลยพบว่าปัญหาไม่ใช่เพราะทำไม่เก่ง แต่เพราะไม่มีจุดพัก ไม่มีจุดทบทวน แล้วก็ไม่มีระบบที่ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ วิ่งต่อได้เอง พอเริ่มวางตรงนี้ ทุกอย่างดีขึ้นกว่าที่คิด
ช่วงนี้ผมลองกลับมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จริง ๆ แล้วพบว่าหลายครั้งเราเหนื่อยกับเรื่องที่ไม่ใช่ตัวหลักมากเกินไป เราไปโฟกัสกับสิ่งที่ดูสำคัญ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ขยับจริง พอเริ่มตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก กลับทำให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น งานเบาขึ้น และตัดสินใจง่ายขึ้นด้วย
ช่วงนี้ผมลองกลับมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จริง ๆ แล้วพบว่าหลายครั้งเราเหนื่อยกับเรื่องที่ไม่ใช่ตัวหลักมากเกินไป เราไปโฟกัสกับสิ่งที่ดูสำคัญ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ขยับจริง พอเริ่มตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก กลับทำให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น งานเบาขึ้น และตัดสินใจง่ายขึ้นด้วย
ที่ผ่านมาเคยมีช่วงที่ผมรู้สึกว่าเหมือนทำเท่าไรก็ไม่พอ ยิ่งพยายามยิ่งล้า ยิ่งล้ายิ่งเริ่มมั่ว พอมานั่งมองจริง ๆ เลยพบว่าปัญหาไม่ใช่เพราะทำไม่เก่ง แต่เพราะไม่มีจุดพัก ไม่มีจุดทบทวน แล้วก็ไม่มีระบบที่ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ วิ่งต่อได้เอง พอเริ่มวางตรงนี้ ทุกอย่างดีขึ้นกว่าที่คิด
ช่วงนี้ผมลองกลับมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จริง ๆ แล้วพบว่าหลายครั้งเราเหนื่อยกับเรื่องที่ไม่ใช่ตัวหลักมากเกินไป เราไปโฟกัสกับสิ่งที่ดูสำคัญ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ขยับจริง พอเริ่มตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก กลับทำให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น งานเบาขึ้น และตัดสินใจง่ายขึ้นด้วย
ช่วงนี้ผมลองกลับมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จริง ๆ แล้วพบว่าหลายครั้งเราเหนื่อยกับเรื่องที่ไม่ใช่ตัวหลักมากเกินไป เราไปโฟกัสกับสิ่งที่ดูสำคัญ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ขยับจริง พอเริ่มตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก กลับทำให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น งานเบาขึ้น และตัดสินใจง่ายขึ้นด้วย
ที่ผ่านมาเคยมีช่วงที่ผมรู้สึกว่าเหมือนทำเท่าไรก็ไม่พอ ยิ่งพยายามยิ่งล้า ยิ่งล้ายิ่งเริ่มมั่ว พอมานั่งมองจริง ๆ เลยพบว่าปัญหาไม่ใช่เพราะทำไม่เก่ง แต่เพราะไม่มีจุดพัก ไม่มีจุดทบทวน แล้วก็ไม่มีระบบที่ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ วิ่งต่อได้เอง พอเริ่มวางตรงนี้ ทุกอย่างดีขึ้นกว่าที่คิด